วิธีเช็คน้ำมันเครื่อง

how_to_check_car_engine_oil.png

 

การรู้วิธีเช็คน้ำมันเครื่องคือหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการปกป้องเครื่องยนต์ที่คุณอาจมองข้ามไป การสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง จะช่วยป้องกันการสึกหรอที่รุนแรง ความร้อนสะสม และค่าซ่อมแซมที่แพงมหาศาลได้ ความแม่นยำในการเช็คก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการเช็คที่ถูกต้องจะช่วยให้เครื่องยนต์ยังคงเดินเครื่องได้นุ่มนวล เสียงเงียบ และแสดงสมรรถนะออกมาได้เต็มที่ ไม่ว่าคุณจะต้องลุยรถติดหนักในกรุงเทพฯ หรือขับทางไกลยาว ๆ ก็มั่นใจได้เสมอ

 

สัญญาณที่บ่งบอกว่าน้ำมันเครื่องของคุณควรได้รับการตรวจสอบ

แม้รถจะดูปกติดี แต่การเช็คน้ำมันเครื่องเองเป็นประจำควรเป็นกิจวัตรที่ต้องทำอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือทุก ๆ 1,000 กม. เพื่อความมั่นใจ

ไฟเตือนบนหน้าปัด

หากไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่องหรือไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ขึ้นมา อาจเป็นสัญญาณว่าน้ำมันเครื่องต่ำหรือระบบหมุนเวียนมีปัญหา ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะถ้าไฟสว่างขึ้นมาแล้ว นั่นหมายความว่าการหล่อลื่นอาจเริ่มมีปัญหาจนเครื่องยนต์เสี่ยงพังได้

เสียงเครื่องยนต์ผิดปกติหรือเครื่องร้อนจัด

เสียงดังผิดปกติหรือเสียงเครื่องที่ดังมากกว่าปกติ คือสัญญาณของการหล่อลื่นที่ไม่เพียงพอ ชิ้นส่วนภายในจะเสียดสีกันจนเกิดความร้อนสะสม ซึ่งคุณอาจรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนหรือได้ยินเสียงดังจากใต้ฝากระโปรงรถ

ระยะทางตั้งแต่การตรวจเช็คครั้งล่าสุด

ใช้เลขไมล์บนหน้าปัดเป็นตัวช่วยเตือน โดยเฉพาะหลังจากขับทางไกลหรือเจอรถติดนาน ๆ ซึ่งจะทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพไวขึ้น หากไม่แน่ใจควรทำตามวิธีเช็คน้ำมันเครื่องเพื่อตรวจสอบทันที

 

สิ่งที่คุณต้องเตรียมก่อนตรวจสอบ

ควรตรวจเช็คน้ำมันเครื่องตอนไหนแม่นยำที่สุด?

เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุดตามวิธีเช็คน้ำมันเครื่องมาตรฐาน ควรเช็คตอนที่ดับเครื่องยนต์แล้วและเครื่องยังอุ่นอยู่เล็กน้อย เพราะจะช่วยให้น้ำมันไหลกลับลงอ่างน้ำมันเครื่องได้ครบถ้วน โดยที่อุณหภูมิไม่ร้อนจัดจนลวกมือขณะทำงาน

อุปกรณ์ที่ช่วยให้การเช็กง่ายขึ้น

เตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้ใกล้ตัวจะช่วยได้มาก:

  • ถุงมือ
  • ผ้าสะอาดหรือกระดาษเช็ดมือ
  • ไฟฉาย
  • พื้นที่ราบ
  • กรวยสำหรับเติมหากจำเป็น

 

ขั้นตอนการตรวจเช็คน้ำมันเครื่องทีละขั้นตอน

ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลวิธีเช็คน้ำมันเครื่องให้วุ่นวายอีกต่อไป เพียงทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เหล่านี้:

การหาตำแหน่งก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง

เปิดฝากระโปรงรถแล้วมองหาก้านวัดที่มีแถบสีชัดเจน (มักจะเป็นสีเหลืองหรือส้ม) นี่คืออุปกรณ์สำคัญในการตรวจเช็คน้ำมันเครื่องของคุณ 

วิธีดูก้านวัดน้ำมันเครื่องให้แม่นยำ

  1. ดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมาแล้วเช็ดให้สะอาด
  2. ใส่กลับเข้าไปให้สุด
  3. ถอดออกอีกครั้งแล้วสังเกตรอยน้ำมัน

ระดับน้ำมันเครื่องที่ปกติควรอยู่ระหว่างขีดต่ำสุด (Min) และสูงสุด (Max) หากอยู่ต่ำกว่าขีด Min ต้องรีบเติมน้ำมันเพิ่มทันที แต่หากสูงเกินขีด Max แสดงว่าเติมล้น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้

ตรวจสอบสภาพและสีของน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องที่มีสภาพดีควรจะมีสีเหลืองอำพันหรือน้ำตาลอ่อน และไหลลื่นเป็นเนื้อเดียวกัน แต่หากคุณทำตามวิธีเช็คน้ำมันเครื่องแล้วพบว่าน้ำมันมีลักษณะเหนียวข้น มีเศษตะกอน หรือมีสีดำสนิท เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่แล้ว ไม่ใช่แค่การเติมเพิ่มเข้าไปเฉย ๆ

 

สภาพน้ำมันเครื่องบอกอะไรคุณได้บ้าง

น้ำมันเครื่องที่ดีควรเป็นอย่างไร

น้ำมันที่ยังสะอาดควรมีสีใสหรือสีเหลืองอำพัน และไม่มีสิ่งเจือปน เมื่อใช้วิธีดูก้านวัดน้ำมันเครื่องเช็กดู น้ำมันควรเคลือบก้านวัดอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อลองใช้นิ้วสัมผัสดูต้องรู้สึกลื่น ไม่สากมือ

สัญญาณอันตรายที่บอกว่าเครื่องยนต์มีปัญหา

  • น้ำมันมีลักษณะขุ่นหรือเป็นฟอง: อาจมีการปนเปื้อนของน้ำหล่อเย็น
  • กากตะกอนสีดำ: น้ำมันที่เกิดการออกซิเดชันหรือเสื่อมสภาพ
  • เศษโลหะ: ร่องรอยการสึกหรอภายในที่อาจเกิดขึ้น

หากคุณพบเห็นสิ่งเหล่านี้ โปรดนัดหมายเข้าพบช่างที่ศูนย์ซ่อมของคุณโดยเร็วที่สุด

 

ทำไมน้ำมันเครื่องจึงสำคัญ

น้ำมันเครื่องเปรียบเสมือนเลือดหล่อเลี้ยงรถยนต์ของคุณ ช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว ลดแรงเสียดทาน ระบายความร้อน และดักจับสิ่งปนเปื้อนจนกว่าจะถูกกรองออกไป

น้ำมันเครื่องช่วยปกป้องเครื่องยนต์ของคุณได้อย่างไร

น้ำมันเครื่องคุณภาพสูงอย่าง Motul จะสร้างชั้นฟิล์มที่แข็งแรงเพื่อปกป้องชิ้นส่วนต่าง ๆ แม้อยู่ภายใต้ความร้อนและแรงกดดันมหาศาล ชั้นฟิล์มนี้จะช่วยลดการสึกหรอ ทำให้เครื่องยนต์เดินเครื่องได้เงียบ และช่วยให้คุณรู้สึกถึงความลื่นไหลในทุกครั้งที่ขับขี่

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณละเลยไม่ยอมตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง

การละเลยการตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องอาจนำไปสู่:

  • ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงลดลง
  • เครื่องยนต์ร้อนจัดขณะติดอยู่ในสภาพการจราจรติดขัด
  • การสึกหรอของเครื่องยนต์ที่ไวกว่าปกติ
  • ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อาจต้องเสียเงินซ่อมเครื่องใหม่ทั้งหมด

 

การเลือกน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องสำหรับรถของคุณ

น้ำมันเครื่องแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพต่างกัน การเลือกใช้น้ำมันที่สเปกถูกต้องจึงสำคัญพอ ๆ กับการรู้วิธีเช็คน้ำมันเครื่องที่เราได้เรียนรู้กันไปข้างต้น เพื่อให้เครื่องยนต์ได้รับการปกป้องอย่างตรงจุดที่สุด

ค้นหาน้ำมันที่ใช่ด้วยเครื่องมือค้นหาน้ำมันของ Motul

ระบบค้นหาน้ำมันเครื่องของ Motul จะให้คำแนะนำที่แม่นยำโดยอิงจากยี่ห้อ รุ่น และเครื่องยนต์ของรถยนต์ของคุณ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าน้ำมันเครื่องที่คุณตรวจสอบและเติมนั้นตรงกับชนิดน้ำมันเครื่องที่เครื่องยนต์ของคุณได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้

เหตุใดเกรดและความหนืดของน้ำมันจึงมีความสำคัญ

ตัวเลขอย่าง 5W-30 คือสิ่งที่บอกว่าน้ำมันจะไหลลื่นได้ดีแค่ไหนในอุณหภูมิที่ต่างกัน สำหรับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในเมืองไทย การเลือกค่าความหนืดที่เหมาะสมจะช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้ทันทีที่สตาร์ต และรักษากำลังเครื่องยนต์ให้เสถียรแม้ในช่วงที่เครื่องยนต์ร้อนจัด

>>ศึกษาการอ่านค่าตัวเลขระดับน้ำมันเครื่อง

น้ำมันสังเคราะห์เทียบกับน้ำมันทั่วไป

น้ำมันสังเคราะห์มีความทนทานต่อการเสื่อมสภาพได้ดีกว่า สะอาดกว่า และปกป้องได้ดีกว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์สมัยใหม่ รถที่มีระบบเทอร์โบชาร์จ หรือรถที่ต้องขับแบบเบรก ๆ เร่ง ๆ (Stop-start) ในเมืองที่มีรถติดอยู่เป็นประจำ

>>เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องรถยนต์ และดูแลรักษารถของคุณได้อย่างมั่นใจด้วยความเชี่ยวชาญด้านน้ำมันหล่อลื่นสำหรับยานยนต์จาก Motul

 

 คำถามที่พบบ่อย

ควรตรวจเช็คน้ำมันเครื่องบ่อยแค่ไหน?

ควรตรวจเช็คน้ำมันเครื่องเดือนละครั้ง หรือทุก ๆ 1,000 กิโลเมตร

เช็คน้ำมันเครื่องตอนเครื่องร้อนจัดได้ไหม?

ควรรอจนกว่าเครื่องยนต์อุ่นเพียงเล็กน้อยแล้วจึงดับเครื่อง

น้ำมันเครื่องที่ดีควรมีสีอะไร?

สีเหลืองอำพันหรือสีน้ำตาลอ่อน ใส และปราศจากสิ่งสกปรก

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป?

การเติมมากเกินไปอาจทำให้เกิดฟอง ปัญหาเรื่องแรงดัน และความเสียหายต่อซีลได้

ฉันสามารถเติมน้ำมันเครื่องชนิดใดลงไปก็ได้ใช่หรือไม่?

ควรใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณสมบัติและค่าความหนืดตรงตามข้อกำหนดของเครื่องยนต์เท่านั้น